หน้าแรก หลักสูตร ความรู้ เกี่ยวกับเรา บุคคลากร ติดต่อเรา
ภาวนาว่าด้วยรัก

 คนเราต้องการความรัก และต้องการที่จะรัก

แต่บางทีเรารักไม่เป็น ไม่แม้แต่สามารถที่จะรักและเมตตาตัวเองได้
 
อาทิตย์ก่อนไป ภาวนาว่าด้วยเลิฟ และไปฟังเสวนาว่าด้วยเลิฟมาอีก (เลิฟๆ 
ไหมละ)
การเลิฟๆ = การรักๆ
เขาว่ากันว่า ...การจะรักใครสักคน มีพื้นฐานจากความสุขของคนคนหนึ่ง...
 
ถ้าคนคนหนึ่งไม่สามารถที่จะสุขได้ เขาก็จะไม่สามารถให้ความสุขกับคนที่เขารักได้
 และเมื่อความรัก ไร้ซึ่งความสุขและความเข้าใจแล้ว ความรักก็สามารถแปรเปลี่ยนสภาพไปได้มากมาย 
บ้างกลายเป็นการบ่มเพาะของการพูดจาที่ไม่น่ารัก การกระทำที่ร้ายกาจ
 
จึงมีคำว่า "มีรักแล้วมีทุกข์"
 
ความรักนั้นเลวร้ายงั้นหรือ??
เราหลายคนสั่น "หัว" และ "หัวใจ"
 
ความรักนั้นงดงาม เชื่อว่าทุกคนสัมผัสได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
 แต่ความรักกลายเป็นความร้าย เมื่อเราไม่รู้จักรัก
 
รักที่แท้ หรือ true love ของหลวงพี่นิรามิสา ท่านว่า คือ พรหมวิหาร 4
หลักของการรักตนเองและผู้อื่นที่ขอสรุปเอาเองคือ
 
- เมตตา ความต้องการให้ผู้อื่นเป็นสุข แต่ก่อนที่เราจะทำให้คนอื่นเป็นสุข 
เราต้องมีความสามารถเสียก่อน เราต้องรู้จักเมตตาแก่ตัวเองก่อน 
เรารู้ดีว่าอะไรที่จะทำให้เรามีความสุข การยิ้ม การสัมผัสกับความสุข การกอด ฯลฯ ทำให้เราเป็นสุข และเมื่อเรามีความสุข ความสุขนั้นจะเอ่อล้นไปทั่วทั้งใบหน้า และทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขเช่นกัน
 
- กรุณา เป็นความรู้สึกอยากให้คนอื่นไม่ทุกข์ และการที่จะทำให้คนอื่นไม่ทุกข์ได้ดีที่สุด คือ 
การอยู่ตรงนั้นกับคนๆตรงหน้าเราจริงๆ ขณะที่เขาอยู่เบื้องหน้าเรา เราไม่พยายามทำให้เขาเจ็บปวด และเมื่อเราต้องการอยากให้คนอื่นมีความสุข เราก็จะพยายามทำความเข้าใจเขา ฟังเขา ยิ้มและอดทนให้เขา แต่เราความสามารถนี่จะไม่อยู่ในเราได้ ถ้าเราไม่มีสติมากพอ
 
- มุฑิตา การยินดีในสุขของคนอื่น หรืออีกนัยหนึ่ง คือการไม่แบ่งเขา แบ่งเรา เพราะความสุขของเขา คือความสุขของเรา we are inter one
 
- อุเบกขา คือ การโอบล้อมเขาไว้ อย่างที่เขาเป็น อดทนต่อสภาพที่เป็นอยู่ โดยไม่บังคับให้ทุกอย่างเป็นไปดั่งที่เราต้องการแต่อย่าให้ความอดทนของเรา เป็นการอดกลั้น เพราะไม่นานมันจะระเบิด 
และสร้างความเจ็บปวดให้ตัวเราเองและผู้อื่น
 
อยากจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คน 
แต่การให้ความหมายของรักเช่นนี้ทำให้เราสามารถเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
มันทำให้เราอยากจะยิ้มให้กับรัก และ รักที่จะยิ้ม มองเห็นอย่างชัดเจนว่า ความรักทำให้คนงดงาม
 
มองไปที่หลวงพี่นั่นกระไร 
ท่านทำอาชีพ "นักบวช" อยากจะตั้งชื่ออาชีพนี้ว่า อาชีพแห่งความรัก
ท่านรัก และ รักอย่างแท้จริง
 
รักเพื่อที่จะรักตัวเอง
รักเพื่อที่จะรักผู้อื่น
รักเพื่อที่จะรักสรรพสิ่ง
 
แค่ความตั้งใจที่จะรักก็ทำให้เราอบอุ่นเสียราวกับว่าเราอยู่ในอ้อมกอดซึ่งกันและกัน
 
ฉันคิดถึงคำพูดหนึ่งของหลวงพี่ฟับเจืองในช่วงที่ทุกคนทำ "กอดภาวนา" 
ก่อนกลับบ้านว่า
 
"ขณะที่หลวงพี่นั่งสมาธิ หลวงพี่นั่งกอดตัวเองอย่างนี้ (สองมือกอดไหล่) 
แล้วคิดว่ากำลังกอดทุกคน ทั้งสังฆะ หนิง พี่โก๋ และคนอื่นๆ 
หลวงพี่มีความสุขมาก"
 
ท่านยิ้ม
ฉันยิ้ม
 
ความรักกำลังกอดพวกเราเข้าไว้ด้วยกัน

เมื่อ : 2012-12-25