หน้าแรก หลักสูตร ความรู้ เกี่ยวกับเรา บุคคลากร ติดต่อเรา
ธรรมชาติของจิตใจ

ธรรมชาติของจิตใจ
โดย ผศ.ดร.ธีรวรรณ ธีระพงษ์
    ท่านติช นัท ฮันห์ ได้อธิบายธรรมชาติจิตใจของมนุษย์โดยอิงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ๆ และใช้ภาษาที่สอดคล้องกับจิตวิทยาตะวันตกในเรื่องของจิตสำนึก และจิตไร้สำนึก ท่านกล่าวว่า



        “จิตสำนึกของเรานั้นแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน เหมือนกับบ้านที่มีสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งเราเรียกว่า “จิตสำนึก” ใต้ชั้นนี้ลงไป มีชั้นใต้ดิน ซึ่งเราเรียกว่า “จิตใต้สำนึก” (หรือจิตไร้สำนึกในทฤษฎีจิตวิเคราะห์: ผู้เขียน) ในจิตใต้สำนึกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราคยทำ เคยพบ หรือรับรู้จะถูกเก็บสะสมไว้ในรูปของเมล็ดพันธุ์ หรือภาพยนตร์ ห้องใต้ดินของเราก็คือห้องเก็บภาพยนตร์นานาชนิด สุดที่จะนึกคิดได้ในรูปของวีดิโอเทป ส่วนชั้นบนในห้องนั่งเล่นนั้น เรานั่งอยู่บนเก้าอี้และดูภาพยนตร์เหล่านี้ในขณะที่มันถูกนำขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน” (ติช นัท ฮันห์, 2537: 26)

การเปรียบเทียบจิตไร้สำนึกเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ หรือภาพยนตร์นี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าสิ่งที่ผ่านการรับรู้ของบุคคลจะยังคงอยู่ในจิต และเก็บสะสมไว้ในจิตไร้สำนึก คล้ายการที่ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของ Sigmund Freud อธิบายเปรียบเทียบว่าจิตใจมนุษย์มีสภาพคล้ายภูเขาน้ำแข็ง ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร มีส่วนที่อยู่เหนือผิวน้ำเป็นส่วนน้อย มีส่วนอยู่ใต้ผิวน้ำใหญ่โตมาก เป็นที่เก็บสะสมของกลไกทางจิตหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น แรงจูงใจ อารมณ์ที่ถูกเก็บกด ความรู้สึกนึกคิด ความฝัน ความทรงจำฯลฯ พลังจิตไร้สำนึกมีอิทธิพลเหนือจิตสำนึก เป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมไร้เหตุผลและผิดปกติในลักษณะต่าง ๆ 
ในลักษณะเดียวกันนี้ ท่านติช นัท ฮันห์ อธิบายว่าสิ่งที่สะสมในจิตไร้สำนึก เช่น ความโกรธ ความหวาดกลัว หรือความสิ้นหวัง จะสามารถขึ้นมาสู่ระดับจิตสำนึก (หรือในห้องนั่งเล่น) ได้เอง และเมื่อความรู้สึกเหล่านี้ปรากฏขึ้นมาเราก็จะต้องรับรู้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ไม่คงอยู่นานนัก ความรู้สึกเหล่านี้กลับลงไปในจิตไร้สำนึกอีกครั้งและเมื่อมีสิ่งกระทบใจมันพร้อมที่จะปรากฏขึ้นมาด้วยพลังที่มากขึ้นเสมอ
     เมล็ดพันธุ์หรือภาพยนตร์ที่สะสมไว้ในจิตไร้สำนึกไม่ได้หมายความถึงเพียงแต่ความรู้สึกทางลบดังเช่นที่ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ได้เน้นความสำคัญ ความเบิกบานใจ ความสดชื่นรื่นเริงและความสงบ หรือแม้กระทั่ง “สติ” ก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ในตัวคนทุกคน เพียงแต่เราจะให้ความสนใจกับพลังที่ดีงามเหล่านี้หรือไม่ ท่านเปรียบเทียบการให้ความใส่ใจกับพลังเหล่านั้นว่าเป็น “การรดน้ำเมล็ดพันธุ์” หากบุคคลให้ความสนใจกับเมล็ดพันธ์ทางลบอยู่เสมอ ก็จะเป็นการรดน้ำให้กับเมล็ดพันธ์ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์จนไม่เปิดโอกาสให้เมล็ดพันธ์แห่งความดีงามได้มีโอกาสงอกงาม
    การทำความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของจิตใจในรูปของเมล็ดพันธุ์หรือภาพยนตร์นี้จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงระหว่างความเข้าใจและการปฏิบัติภาวนา ดังที่ผู้เขียนจะได้กล่าวถึงต่อไปนี้
 

เมื่อ : 2013-01-21